Manneken-Pis ยืนหนึ่งเรื่องความ (ฉี่) น่ารัก

  • Home
  • Manneken-Pis ยืนหนึ่งเรื่องความ (ฉี่) น่ารัก
Shape Image One
Manneken-Pis ยืนหนึ่งเรื่องความ (ฉี่) น่ารัก

ถ้าพูดถึงกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม หนึ่งในแลนด์มาร์กที่นักท่องเที่ยวแทบทุกคนต้องแวะไปดูก็คือ Manneken-Pis รูปปั้นเด็กผู้ชายตัวเล็ก ๆ ที่กำลังยืนฉี่ลงในน้ำพุ ฟังดูเหมือนเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่น่าจะมีอะไรซับซ้อน แต่ความจริงแล้วเจ้าหนูน้อยคนนี้มีประวัติยาวนานหลายร้อยปี และกลายมาเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของกรุงบรัสเซลส์ที่ดึงดูนักท่องเที่ยวจากทั่งโลกมายังประเทศเล็กๆในแถบยุโรปอย่างประเทศเบลเยี่ยม ซึ่งถึงแม้ว่าหนูน้อยคนนี้จะสูงเพียงประมาณ 58 เซนติเมตร แต่กลับมีชื่อเสียงโด่งดังจนเรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในเด็กที่มีชื่อเสียงที่สุดของเบลเยียมเลยก็ว่าได้

Manneken-Pis คือใคร?

ชื่อ Manneken-Pis เป็นภาษาดัตช์แบบบรัสเซลส์ มีความหมายประมาณว่า “เด็กชายกำลังฉี่” ซึ่งตรงไปตรงมาสมชื่อมากค่ะ 😆 แต่เดิม Manneken-Pis ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นแลนด์มาร์กสำหรับนักท่องเที่ยวเหมือนทุกวันนี้ เพราะบริเวณนี้เคยเป็นส่วนหนึ่งของระบบน้ำพุสาธารณะของเมือง โดยมีหลักฐานเกี่ยวกับน้ำพุที่ใช้ชื่อว่า Manneken-Pis ย้อนกลับไปอย่างน้อยถึงปี ค.ศ. 1451 และแหล่งข้อมูลของเขตบรัสเซลส์ยังระบุว่าบริเวณนี้มีน้ำพุสาธารณะมาตั้งแต่ช่วงปลายศตวรรษที่ 14 ด้วย

ส่วนรูปปั้นสำริดที่เรารู้จักกันในปัจจุบัน เป็นผลงานของประติมากร Jérôme Duquesnoy the Elder ซึ่งได้รับการว่าจ้างจากเมืองบรัสเซลส์ในปี ค.ศ. 1619 เพื่อสร้างรูปปั้นใหม่สำหรับน้ำพุ ดังนั้น ถ้าใครคิดว่าเด็กน้อยคนนี้เพิ่งถูกสร้างขึ้นเพื่อเอาไว้ดึงนักท่องเที่ยว ก็บอกได้เลยว่าไม่ใช่ค่ะ เพราะเขาอยู่คู่กับเมืองบรัสเซลส์มาหลายร้อยปีแล้ว เอ…แล้วหนุ่มน้อยคนนี้เป็นใคร มาจากไหน? มาค่ะ เดี๋ยว OpenMindDutch จะมาเล่าให้ฟัง…

รู้หรือไม่คะว่าความสนุกในการเล่าเรื่องที่มาที่ไปของ Manneken-Pis อยู่ตรงที่เราไม่สามารถพูดถึงต้นกำเนิดของเขาโดยมี “เรื่องเดียวที่ถูกต้อง” ได้ เพราะมีตำนานเล่าต่อกันมาหลายแบบ และเรื่องที่ได้รับความนิยมที่สุดก็คือเรื่องของเด็กชายตัวเล็ก ๆ ที่ช่วยเมืองบรัสเซลส์เอาไว้

ตำนานหนึ่งเล่าว่า ในช่วงที่เมืองกำลังถูกศัตรูล้อมและฝ่ายตรงข้ามพยายามจุดชนวนระเบิดเพื่อทำลายกำแพงเมือง มีเด็กชายคนหนึ่งออกมาเห็นไส้ชนวนที่กำลังจะระเบิด แต่แทนที่จะวิ่งหนี เด็กน้อยกลับใช้วิธีที่คาดไม่ถึงที่สุด นั่นก็คือการยืนฉี่ใส่ไส้ชนวนจนไฟดับ และช่วยเมืองบรัสเซลส์เอาไว้ได้ จากเด็กธรรมดาจึงกลายเป็นวีรบุรุษตัวจิ๋วของเมือง เรื่องนี้ฟังแล้วก็ออกจะเหลือเชื่ออยู่สักหน่อย แต่ก็เข้ากับบุคลิกของบรัสเซลส์ที่ชอบอารมณ์ขันและความทะเล้นเป็นอย่างดี

แต่อีกตำนานหนึ่งก็เล่าไปอีกทาง โดยมีเด็กชายคนหนึ่งไปปัสสาวะใส่ประตูบ้านของแม่มด ทำให้แม่มดโกรธมากและสาปให้เขาต้องอยู่ในท่านั้นตลอดไป ก่อนที่คนที่เห็นเหตุการณ์จะช่วยเด็กเอาไว้ด้วยการนำรูปปั้นมาวางแทนตัวเด็ก เรื่องเล่าเหล่านี้เป็นเพียงตำนาน ไม่ใช่หลักฐานทางประวัติศาสตร์ แต่ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ Manneken-Pis มีเสน่ห์และมีเรื่องให้เล่ามากกว่ารูปปั้นทั่วไป

จากน้ำพุธรรมดา สู่สัญลักษณ์ของบรัสเซลส์

Manneken-Pis ค่อย ๆ มีความสำคัญกับเมืองมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงปลายศตวรรษที่ 17 หลังจากรูปปั้นรอดพ้นจากเหตุการณ์ทิ้งระเบิดกรุงบรัสเซลส์ในปี ค.ศ. 1695 มาได้ เหตุการณ์ต่าง ๆ ทำให้รูปปั้นเล็ก ๆ แห่งนี้กลายเป็นสิ่งที่ชาวเมืองให้คุณค่า และในเวลาต่อมาก็เริ่มถูกมองว่าเป็นตัวแทนของความสนุกสนาน ความทะเล้น และจิตวิญญาณที่ไม่ยอมถูกกดขี่ของชาวบรัสเซลส์

นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมรูปปั้นเด็กที่กำลังฉี่ แทนที่จะเป็นเรื่องหยาบโลน เรื่องต้องห้าม จึงกลับกลายเป็นสัญลักษณ์ของเมืองได้ เพราะ Manneken-Pis ไม่ได้สื่อถึงความยิ่งใหญ่หรือความหรูหรา แต่กลับสะท้อนความเป็นบรัสเซลส์ในแบบที่ขี้เล่น เป็นกันเอง และมีอารมณ์ขัน แหล่งข้อมูลของ Visit Brussels ถึงกับอธิบายว่าเขาเป็นตัวแทนของจิตวิญญาณที่มีทั้งซุกซนและไม่เกรงกลัวต่อสิ่งต่างๆ เปรียบเสมือนสิ่งที่สะท้อนความเป็นชาวบรัสเซลส์ได้เป็นอย่างดี 

เมืองเล็กๆอย่างบรัสเซลส์ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ ลงตัวไปด้วยประวัติศาสตร์ผสมผสานกับความทันสมัย

เห็นแบบนี้แล้ว OpenMindDutch คิดว่าคุณผู้อ่านคงอยากไปเห็น Manneken-Pis สักครั้ง สำหรับใครที่อยากไปตามรอยหนุ่มน้อยยืนปัสสาวะกลางน้ำพุสามารถเดินไปได้ง่ายมากเลยค่ะ เพราะรูปปั้นตั้งอยู่บริเวณหัวมุม Rue de l’Étuve และ Rue du Chêne ในใจกลางกรุงบรัสเซลส์ และอยู่ไม่ไกลจาก Grand-Place ซึ่งเป็นจัตุรัสชื่อดังของเมือง ดังนั้นนักท่องเที่ยวจำนวนมากจึงมักแวะมาดู Manneken-Pis ระหว่างเดินเที่ยวบริเวณใจกลางเมือง แต่ๆๆๆ แต่มีเรื่องหนึ่งที่หลายคนอาจไม่รู้ คือรูปปั้นที่เราเห็นอยู่ตรงน้ำพุในปัจจุบัน ไม่ใช่รูปปั้นต้นฉบับ เพราะ Manneken-Pis ตัวจริง (ที่สร้างโดย Jérôme ที่สร้างขึ้นในปี 1619) เคยถูกขโมยและได้รับความเสียหายหลายครั้ง!  เพราะฉะนั้นรูปปั้นตัวจริงจึงถูกเก็บรักษาไว้อย่างปลอดภัยที่ Brussels City Museum หรือ Musée de la Ville de Bruxelles ที่ Maison du Roi บริเวณ Grand-Place ส่วนรูปที่อยู่ด้านนอกเป็นรูปจำลองในช่วงทศวรรษ 1960 ทำหน้าที่แทนค่ะ

แล้วทำไมคนถึงต้องมาเยี่ยมชม?

เอาจริง ๆ ถ้าเดินไปถึงแล้วเห็นครั้งแรก หลายคนอาจมีความรู้สึกว่า “แค่นี้เหรอ?” ซึ่งตอนแรกที่แอดมินเห็นก็มีความรู้สึกแบบนั้นนะคะ  เพราะ Manneken-Pis ตัวจริงมีขนาดเล็กมาก ไม่ได้ใหญ่โตอลังการเหมือนแลนด์มาร์กน้ำพุสวยๆหลายแห่งในยุโรป แต่เสน่ห์ของที่นี่ไม่ได้อยู่ที่ขนาดของรูปปั้น แต่อยู่ที่เรื่องราวและความหมายที่สะสมมาตลอดหลายร้อยปี เรื่องราวที่เป็นเหมือนความลี้ลับว่าเด็กคนนี้เป็นใครดันแน่ เหมือนพวกสัตว์ประหลาดแห่งล็อกเนส หรือพิ๊กซีในตำนานของชาวไอร์แลนด์ หรือเรื่องลี้ลับผีๆสางๆแบบบ้านเรา ยิ่งลึกลับเท่าไหร่ก็ยิ่งสนุกเท่านั้น

การมาเยี่ยม Manneken-Pis จึงเหมือนการมาทักทายตัวแทนของเมืองบรัสเซลส์สักคนหนึ่ง และแน่นอนว่าอีกเหตุผลสำคัญก็คือ ถ้าไปบรัสเซลส์แล้วไม่แวะมาดู ก็เหมือนพลาดหนึ่งในแลนด์มาร์กที่เป็นภาพจำของเมืองไปค่ะ ที่สำคัญบริเวณนี้อยู่ใกล้สถานที่ท่องเที่ยวอื่น ๆ มาก จึงสามารถเดินต่อไปเที่ยว Grand-Place ร้านช็อกโกแลต ร้านวาฟเฟิล หรือถนนเก่า ๆ รอบใจกลางเมืองได้แบบสบาย ๆ (อยากจะบอกว่าแถวนั้นมีคาเฟ่ มีร้านช็อกโอแลตอร่อยๆมากๆอยู่ด้วยค่ะ!)

เด็กคนนี้มีเสื้อผ้าเยอะกว่าพวกเราอีก!

อีกหนึ่งเรื่องที่ทำให้ Manneken-Pis โด่งดังคือ เสื้อผ้า ค่ะ เพราะเจ้าหนูน้อยไม่ได้ยืนเปลือยฉี่อยู่แบบเดิมตลอดเวลา แต่มีการแต่งชุดในโอกาสพิเศษต่าง ๆ จนกลายเป็นธรรมเนียมของเมือง โดยมีหลักฐานว่าการแต่งตัวให้ Manneken-Pis มีมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 และในปี ค.ศ. 1698 เขาได้รับชุดจาก Maximilian II Emmanuel ผู้ว่าการแห่ง Spanish Netherlands ส่วนในปี ค.ศ. 1747 ก็ได้รับชุดจากพระเจ้าหลุยส์ที่ 15 แห่งฝรั่งเศส ซึ่งชุดเก่าแก่เหล่านี้กลายเป็นส่วนหนึ่งของคอลเลกชันประวัติศาสตร์ในเวลาต่อมา

เสื้อผ้าน้องมีเยอะกว่าเราอี๊กกกกก

ทุกวันนี้ Manneken-Pis มีตู้เสื้อผ้าที่ต้องบอกว่าอลังการเกินตัวมาก! เพราะมีชุดมากกว่า 1,000 ชุด และยังมีชุดใหม่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โดยเว็บไซต์ GardeRobe MannekenPis ระบุว่าปัจจุบันมีชุดประมาณ 1,200 ชุด และในแต่ละปีก็ยังมีชุดใหม่เพิ่มเข้ามาอีกประมาณ 20–30 ชุด ชุดเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงเสื้อผ้าน่ารัก ๆ แต่ถือเป็นมรดกของเมืองที่ได้รับการจัดเก็บและดูแลเหมือนงานศิลปะด้วย

ที่น่าสนใจคือการแต่งตัวไม่ได้ทำแบบสุ่ม ๆ แต่มีวันและโอกาสที่กำหนดไว้ และมีเจ้าหน้าที่ของเมืองเป็นผู้ดูแลการแต่งตัวให้เขา ปัจจุบันเมืองบรัสเซลส์ระบุว่ามีการแต่งชุดตามกำหนดในหลายโอกาสตลอดทั้งปี ส่วนชุดต่าง ๆ สามารถไปชมได้ที่ GardeRobe MannekenPis บน Rue du Chêne ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากตัวรูปปั้นเลยค่ะ

และนี่แหละค่ะที่ทำให้ Manneken-Pis น่าสนใจกว่าที่เห็นในรูป เพราะถ้าเราเห็นเขาในวันหนึ่ง เขาอาจกำลังใส่ชุดนักดับเพลิง ชุดทหาร ชุดพื้นเมือง หรือชุดที่เกี่ยวข้องกับเทศกาลและเหตุการณ์สำคัญบางอย่างก็ได้ เรียกว่าหนึ่งในภารกิจของคนมาเที่ยวบรัสเซลส์คือการลุ้นว่า วันนี้เจ้าหนูน้อยแต่งตัวเป็นอะไร? 😆

สุดท้ายแล้ว Manneken-Pis อาจเป็นรูปปั้นเล็ก ๆ ที่มีท่าทางชวนให้คนหัวเราะ แต่เมื่อมองให้ลึกลงไป เขากลับเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์และอัตลักษณ์ของบรัสเซลส์ ทั้งเรื่องระบบน้ำของเมือง ตำนานวีรบุรุษตัวจิ๋ว เหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ ไปจนถึงธรรมเนียมการแต่งตัวที่สืบต่อกันมาหลายร้อยปี เพราะฉะนั้น ถ้าใครมีโอกาสไปเที่ยวเบลเยียม แอดมินว่าลองแวะไปหาเจ้าหนูน้อยคนนี้สักครั้งค่ะ แล้วอย่าลืมสังเกตด้วยนะว่า วันที่เราไป Manneken-Pis กำลังแต่งชุดอะไรอยู่ เพราะบางทีสิ่งที่ทำให้เราจำบรัสเซลส์ได้ อาจไม่ใช่อาคารใหญ่โต แต่เป็นเด็กตัวจิ๋วที่ยืนฉี่อยู่กลางเมืองนี่แหละค่ะ 😆


แหล่งอ้างอิง
https://www.mannekenpis.brussels/
https://www.visit.brussels/nl/bezoekers/wat-te-doen/het-bekendste-Brusselse-ketje
https://www.visit.brussels/nl/visitors/venue-details.Manneken-Pis.250486
https://www.visit.brussels/nl/bezoekers/wat-te-doen/de-must-sees-van-Brussel
https://www.brussels.be/manneken-pis

รูปจาก
https://unsplash.com/